เอเธอริดจ์เซฟโทษ! บุรีรัมย์ 10 คนบุกเจ๊ายะโฮร์ 1-1 ศึกเอเชีย
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นศึก AFC Champions League Elite 2026/27 ด้วยหนึ่งคะแนนสำคัญ หลังบุกเสมอ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม 1-1 ที่สุลต่าน อิบราฮิม สเตเดียม เกมนี้ปราสาทสายฟ้าต้องเล่นด้วยผู้เล่นสิบคนในช่วงครึ่งหลัง ก่อนที่ นีล เอเธอริดจ์ จะเซฟจุดโทษช่วงท้ายเกมช่วยรักษาผลเสมอไว้ได้
ยะโฮร์ออกนำก่อน บุรีรัมย์ตอบโต้ก่อนพักครึ่ง
เจ้าถิ่นได้ประตูนำในนาทีที่ 26 จาก ออสการ์ อาร์ริบาส ซึ่งยิงจากระยะไกลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป อย่างไรก็ตาม บุรีรัมย์ไม่เสียจังหวะของเกมและตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 43 จาก สเตฟาน ชิมเมอร์ ทำให้ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 1-1
ประตูตีเสมอก่อนพักครึ่งมีความหมายอย่างมาก เพราะช่วยให้ทีมเยือนกลับเข้าสู่เกมและสามารถวางแผนรับมือแรงกดดันของยะโฮร์ในครึ่งหลังได้โดยไม่ต้องเร่งเปิดเกมจนเสียพื้นที่
ใบแดงเปลี่ยนรูปเกม
สถานการณ์ของบุรีรัมย์ยากขึ้นในนาทีที่ 57 เมื่อ เคนนี ดูกัลล์ ได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออกจากสนาม ทีมเยือนจึงต้องปรับมาเน้นความรัดกุม ลดพื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลาง และรอโอกาสสวนกลับเมื่อแย่งบอลได้
ยะโฮร์ใช้ความได้เปรียบด้านจำนวนผู้เล่นกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่แนวรับบุรีรัมย์ยังช่วยกันปิดพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้ดี ทำให้เจ้าถิ่นต้องพยายามโจมตีจากด้านข้างและยิงจากระยะไกลหลายครั้ง
เอเธอริดจ์เซฟจุดโทษนาที 87
จังหวะสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในนาทีที่ 87 เมื่อยะโฮร์ได้จุดโทษหลัง อาริฟ ไอมาน ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษโดย เอดูอาร์โด มันชา แบร์กซอน ดา ซิลวา รับหน้าที่สังหาร แต่นีล เอเธอริดจ์ พุ่งไปทางขวาและปัดบอลออกได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วงท้ายเกมเจ้าถิ่นเหลือผู้เล่นสิบคนเช่นกัน เมื่อ เอ็ดดี อิสราฟิลอฟ ถูกไล่ออกในนาทีที่ 89 จากจังหวะเข้าปะทะอันตราย ก่อนที่การแข่งขันจะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1
หนึ่งแต้มที่สะท้อนวินัยและความอดทน
แม้บุรีรัมย์จะไม่ได้ชัยชนะ แต่การเก็บหนึ่งคะแนนจากเกมเยือนท่ามกลางแรงกดดันและสถานการณ์เสียเปรียบตัวผู้เล่นถือเป็นผลลัพธ์ที่มีคุณค่า ทีมแสดงให้เห็นถึงวินัยในการยืนตำแหน่ง ความอดทน และการช่วยกันป้องกันจนถึงนาทีสุดท้าย
สำหรับเกมต่อไป บุรีรัมย์ต้องแก้เรื่องการเสียฟาวล์ในพื้นที่อันตรายและการควบคุมอารมณ์ เพราะการแข่งขันระดับเอเชียมีรายละเอียดเล็กน้อยที่เปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที ขณะเดียวกัน ฟอร์มของเอเธอริดจ์และการตอบสนองหลังเสียประตูเป็นสัญญาณบวกที่ทีมสามารถต่อยอดได้
แหล่งข้อมูล: สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC)